ฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิด เลือกยังไงให้ทนข้อมูลไม่หาย

ฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิด เลือกยังไงให้ทนข้อมูลไม่หาย

คำถามที่หลาย ๆ สงสัยก็คือการเลือกซื้อฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิด ว่าเลือกแบบไหนถึงจะทนทานข้อมูลการบันทึกไม่หายแล้วก็ยี่ห้อไหนดี ยิ่งตัวฮาร์ดดิสก์หน้าตาของมันดูคล้าย ๆ กับฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์แต่ทำมัยราคาถึงสูงกว่าสามารถเอามาใช้ได้เหมือนกันมัย ขอบอกเลยครับว่ามันใช้แทนกันไม่ได้เพราะตัว HDD กล้องวงจรปิดมันถูกออกแบบมาให้ทำงานตลอด 24 ชม.และทนความร้อนสูงกว่าทั่วไป ถ้าเราเอา HDD ทั่วไปมาใช้งานแทนอาจจะเกิดอาการภาพไม่บันทึกในช่วงเวลาที่สำคัญพอดี ซึ่งจะทำให้การติดกล้องทั้งหมดสูญเปล่าหรือที่เรียกว่าไม่มีประโยชน์เลยก็ว่าได้

สินค้าของเรา

ฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิด (Surveillance Grade) คืออะไร

ฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิด (Surveillance Grade) คืออะไร

พูดกันแบบภาษาช่างง่าย ๆ นะครับ ฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิด หรือที่ในวงการเราเรียกว่า Surveillance Grade มันคือฮาร์ดดิสก์ที่ถูกออกแบบใหม่ทั้งภายในและภายนอก โดยมีเป้าหมายเดียวเลย คือเพื่อทำงานในเครื่องบันทึก (DVR หรือ NVR) โดยเฉพาะครับ

ต่างจากฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์ (Desktop Grade) อย่างไร

นี่คือจุดที่คนสับสนมากที่สุดครับ เพราะหน้าตามันเหมือนกัน แต่ไส้ในและการทำงานต่างกันลิบลับเลย อธิบายให้เห็นภาพชัด ๆ นะครับ ฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์ Desktop Grade ที่เราใช้กันทั่วไป ถูกออกแบบมาสำหรับพฤติกรรมการใช้งานแบบเปิด/ปิด เราเปิดคอมมาพิมพ์งานบ้าง เล่นเน็ตบ้าง อาจจะมีการอ่านและเขียนข้อมูลหนัก ๆ เป็นพัก ๆ แล้วก็ปิด นี่คือการทำงานแบบไม่ต่อเนื่องครับ แต่ในทางกลับกัน ฮาร์ดดิสก์สำหรับกล้องวงจรปิด ถูกสร้างมาเพื่องานที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง มันถูกออกแบบมาให้ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน ไม่มีวันหยุดพัก หน้าที่หลักของมันคือการ เขียนข้อมูลภาพวิดีโอจากกล้องทับลงไปเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นภาระงาน (Workload) ที่หนักหน่วงกว่าฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์หลายเท่าตัวเลย ด้วยเหตุนี้เอง ผู้ผลิตอย่าง WD หรือ Seagate เลยต้องพัฒนา Firmware หรือระบบคำสั่งภายในเฉพาะทางขึ้นมา เช่น เทคโนโลยี AllFrame ของค่าย WD หรือ ImagePerfect ของค่าย Seagate ซึ่ง Firmware เหล่านี้ถูกปรับแต่งมาให้ ฉลาดพอที่จะจัดลำดับความสำคัญของการเขียนข้อมูลวิดีโอให้สมบูรณ์ที่สุด ป้องกันปัญหาเฟรมภาพตกหล่นหรือภาพกระตุก ซึ่งเป็นเรื่องคอขาดบาดตายในงานรักษาความปลอดภัยครับ

ทำไมห้ามใช้ฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์ในเครื่องบันทึกกล้องวงจรปิด (DVR/NVR)

ผมขอย้ำตรงนี้เลยนะครับว่า ห้ามเด็ดขาด หลายครั้งที่ลูกค้าพยายามประหยัดงบในส่วนนี้ โดยเอาฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์ลูกเก่าที่ไม่ได้ใช้ หรือซื้อใหม่แบบ Desktop Grade มาใส่ในเครื่องบันทึก DVR/NVR ซึ่งนี่คือความผิดพลาดที่ไม่คุ้มค่าอย่างยิ่ง

สรุป 3 ความเสี่ยงหลักที่ ไม่คุ้มค่าจากประสบการณ์ช่าง

จากประสบการณ์หน้างานของผมที่ thaiccd.com ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ผมสรุปความเสี่ยงหลัก ๆ ที่คุณต้องเจอแน่ ๆ หากใช้ฮาร์ดดิสก์ผิดประเภทไว้ 3 ข้อครับ ข้อแรกและร้ายแรงที่สุดเลยก็คือ ข้อมูลไม่บันทึกในวินาทีสำคัญ ครับ ลองนึกภาพตามนะครับ ฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์มันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เขียนข้อมูลหนัก ๆ ตลอด 24 ชั่วโมง พอใช้งานไปถึงจุดหนึ่ง มันจะเกิดอาการค้าง, หน่วง, หรือเฟรมภาพตกหล่น ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เกิดเหตุพอดี ทำให้เราไม่สามารถดึงภาพย้อนหลังในนาทีสำคัญนั้นได้เลย ข้อต่อมาคือ ฮาร์ดดิสก์จะเสียเร็วกว่าปกติมาก ครับ อย่างที่บอกไปว่า Workload มันต่างกัน การฝืนใช้งานผิดประเภทก็เหมือนการเอาเครื่องยนต์ 1,500cc ไปลากของหนักเท่ารถสิบล้อทุกวัน สุดท้ายมันก็พังก่อนเวลาอันควรแน่นอนครับ และข้อสุดท้ายที่หลายคนไม่รู้คือ การรับประกันสินค้าจะสิ้นสุดทันทีครับหากผู้ผลิตตรวจสอบพบว่าคุณนำฮาร์ดดิสก์ Desktop Grade ไปใช้ในงาน Surveillance ตลอด 24/7 การรับประกัน 2-3 ปีที่มีมาก็จะถูกยกเลิกทันที กลายเป็นว่าคุณต้องเสียเงินซื้อใหม่ทั้งหมดอยู่ดี ซึ่งไม่คุ้มค่าความเสี่ยงเลยแม้แต่น้อยครับ

ฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิด ยี่ห้อไหนดีเปรียบเทียบ 2 ยักษ์ใหญ่

ในตลาดบ้านเราตอนนี้ ถ้าพูดถึงฮาร์ดดิสก์สำหรับกล้องวงจรปิดโดยเฉพาะ ก็จะมี 2 ยักษ์ใหญ่ที่แข่งกันอยู่ครับ คือค่าย WD (Western Digital) กับค่าย Seagate ซึ่งทั้งคู่ก็มีรุ่นเฉพาะทางของตัวเองออกมาสู้กันโดยตรงครับ

WD Purple กลุ่มสีม่วง อึด ถึก ทน

สำหรับค่าย WD เขาใช้สีในการแบ่งประเภทฮาร์ดดิสก์ชัดเจนครับเช่น สีฟ้า/เขียว/ดำ สำหรับคอมทั่วไป และสำหรับงานกล้องวงจรปิด เขาออกสีม่วงหรือ WD Purple มาโดยเฉพาะ จุดขายหลักที่เขาเน้นย้ำมาตลอดคือเทคโนโลยี AllFrame ซึ่งเป็น Firmware พิเศษที่ออกแบบมาเพื่อลดการสูญเสียเฟรมภาพ หรือภาพกระตุกเวลาบันทึกพร้อมกันหลาย ๆ กล้องครับ ในมุมมองของช่างอย่างผม WD Purple ถือเป็นแบรนด์ที่บุกเบิกตลาดนี้มานาน ทำให้ได้รับความไว้วางใจสูงมากในเรื่องความอึด ถึก ทนและความเสถียรในการทำงาน 24/7 ครับ

ฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิด WD Purple

Seagate SkyHawk กลุ่มเหยี่ยวฉลาด ปกป้องข้อมูล

ส่วนค่าย Seagate ก็มีรุ่นสำหรับกล้องวงจรปิดโดยเฉพาะในชื่อ Seagate SkyHawk (สกายฮอว์ก หรือเหยี่ยวเวหา) ที่ออกมาชนกับ WD Purple โดยตรง จุดเด่นของ SkyHawk คือ Firmware ที่ชื่อ ImagePerfect ซึ่งก็ทำหน้าที่คล้ายกันคือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบันทึกภาพให้คมชัด ไม่ตกหล่น แต่จุดที่ SkyHawk มักจะชูเป็นจุดขายเพิ่มเติมคือบริการ SkyHawk Health Management (SHM) ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ทำงานร่วมกับเครื่องบันทึก (NVR) ที่รองรับ ช่วยให้เราสามารถตรวจสอบสุขภาพของฮาร์ดดิสก์ได้แบบเชิงรุก ว่าใกล้จะเสียหรือยัง เพื่อให้เราวางแผนรับมือได้ก่อนข้อมูลจะหายครับ

ฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิด Seagate SkyHawk

ตารางเปรียบเทียบจุดต่อจุด WD Purple vs Seagate SkyHawk

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ผมขอสรุปเปรียบเทียบคุณสมบัติหลัก ๆ ในรุ่นมาตรฐานที่คนนิยมใช้กัน มาให้ดูในตารางนี้นะครับ

คุณสมบัติWD PurpleSeagate SkyHawk
เทคโนโลยีเด่นAllFrame™ (ป้องกันเฟรมตกหล่น)ImagePerfect™ (บันทึกคมชัด)
Workload Ratingสูงสุด 180TB/ปี (รุ่นมาตรฐาน)สูงสุด 180TB/ปี (รุ่นมาตรฐาน)
จุดเด่นพิเศษได้รับความไว้วางใจมานาน, เสถียรสูงมีระบบ Health Management (SHM)*
การรับประกัน3 ปี (รุ่นมาตรฐาน)3 ปี (รุ่นมาตรฐาน)
เหมาะกับใครผู้ใช้ทั่วไป, ช่างที่เน้นความเสถียรผู้ใช้ที่ต้องการฟีเจอร์เชิงรุก, ระบบขนาดกลาง

*หมายเหตุระบบ SHM ต้องใช้กับเครื่องบันทึกที่รองรับฟีเจอร์นี้ด้วย

สรุปจากช่างเลือก WD หรือ Seagate ดี

มาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะยิ่งสับสนว่าตกลงจะเลือกตัวไหนดีผมขอฟันธง ให้ในฐานะช่างที่ใช้งานมาทั้งสองยี่ห้อนะครับว่าดีทั้งคู่ครับ

ในแง่ของมาตรฐานการทำงาน 24/7, ความทนทาน (Workload Rating), และการรับประกัน 3 ปี ทั้ง WD Purple และ Seagate SkyHawk ถือว่าอยู่ในระดับเดียวกันและไว้ใจได้ทั้งคู่ครับ การเลือกใช้เลยมักจะขึ้นอยู่กับความสบายใจของแต่ละคน หรือบางทีก็ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของร้านค้า ณ เวลานั้น ๆ ด้วยซ้ำ

สิ่งสำคัญที่สุด ไม่ได้อยู่ที่ว่าจะเลือก WD หรือ Seagate แต่อยู่ที่ต้องเลือกใช้รุ่นที่เป็น Surveillance Grade (Purple หรือ SkyHawk) เท่านั้น ห้ามกลับไปใช้รุ่น Desktop Grade สีฟ้า, สีดำ, หรือ BarraCuda รุ่นทั่วไปเด็ดขาดครับ นี่คือหัวใจที่ผมอยากย้ำที่สุด

รับทราบครับ เราเลือกยี่ห้อกันได้แล้ว ทีนี้มาถึงอีกเรื่องที่สำคัญมาก คือจะใช้ “ความจุ” เท่าไหร่ดี ถึงจะพอกับการใช้งานของเราครับ

วิธีเลือกความจุฮาร์ดดิสก์สำหรับกล้องวงจรปิดให้เหมาะกับระบบ

นี่เป็นอีกจุดที่ลูกค้ำมักจะกะเกณฑ์ไม่ถูกครับ หลายคนคิดว่าแค่รู้จำนวนกล้องก็เพียงพอ แต่ในความเป็นจริง การคำนวณพื้นที่จัดเก็บ Storage มันมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยครับ

ปัจจัยที่ต้องใช้ในการคำนวณ ที่คนมักมองข้าม

เวลาที่ช่างอย่างเราประเมินความจุฮาร์ดดิสก์ให้ลูกค้า เราไม่ได้ดูแค่จำนวนกล้องว่ามี 4 ตัว หรือ 8 ตัว เท่านั้นครับ แต่เราจะถามอีก 2 อย่างที่คนมักมองข้ามเสมอ นั่นคือ ความละเอียดของกล้อง (Resolution) และ การบีบอัด ของเครื่องบันทึกครับพูดง่าย ๆ ก็คือกล้องที่ชัดมาก ๆ เช่น 5MP หรือ 8MP-4K ก็ย่อมกินพื้นที่จัดเก็บมากกว่ากล้อง 2MP (Full HD) เป็นธรรมดาครับ และที่สำคัญอีกอย่างคือเทคโนโลยีการบีบอัดไฟล์ ถ้าเครื่องบันทึกของคุณเป็นรุ่นใหม่ที่รองรับการบีบอัดแบบ H.265 หรือ H.265+ มันก็จะช่วยประหยัดพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ได้มากกว่าเครื่องรุ่นเก่าที่ใช้แบบ H.264 ได้ถึงเกือบเท่าตัวเลยทีเดียวครับ

ตารางคำนวณวันบันทึกย้อนหลังโดยประมาณ สำหรับกล้อง 2MP Full HD

เพื่อช่วยให้คุณเห็นภาพและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ผมได้ทำตารางสรุปผลลัพธ์หรือจำนวนวันที่สามารถบันทึกย้อนหลังได้โดยประมาณ มาให้ลองดูกันครับ

(ตารางนี้คำนวณโดยอิงจากมาตรฐานกล้อง 2MP Full HD และใช้การบีบอัดแบบ H.265 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ thaiccd.com แนะนำในปัจจุบันครับ)

ความจุ HDDระบบกล้อง 4 ตัว (H.265)ระบบกล้อง 8 ตัว (H.265)
1 TB~ 12-14 วัน~ 6-7 วัน
2 TB~ 24-28 วัน~ 12-14 วัน
4 TB~ 48-56 วัน~ 24-28 วัน
6 TB~ 72-84 วัน~ 36-42 วัน

หมายเหตุ ตัวเลขนี้เป็นการคำนวณโดยประมาณสำหรับการบันทึกแบบต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงนะครับ หากคุณตั้งค่าให้บันทึกเฉพาะเมื่อมีการเคลื่อนไหว (Motion Detect) จำนวนวันก็จะเพิ่มขึ้นได้อีกครับ

Pro Tip จากช่างห้ามซื้อความจุพอดีเกินไป

จากตารางด้านบน สมมติคุณใช้กล้อง 8 ตัว และต้องการบันทึกย้อนหลัง 1 เดือนประมาณ 30 วันคุณอาจจะคิดว่า 4TB ก็น่าจะเฉียดฉิวพอดีได้ 24-28 วัน แต่จากประสบการณ์ของผม ผมแนะนำว่าห้ามซื้อความจุแบบพอดีเป๊ะ ๆ ครับ เพราะในสถานการณ์จริง อาจมีเหตุการณ์ที่เราจำเป็นต้องดึงข้อมูลย้อนหลังไปไกลกว่าที่เราคาดคิดไว้ การที่คุณเผื่อความจุไว้เช่นขยับไปใช้ 6TB จะทำให้คุณอุ่นใจได้มากกว่า และที่สำคัญ ฮาร์ดดิสก์ที่มีพื้นที่เหลือเพียงพอ จะทำงานได้ลื่นไหลกว่าฮาร์ดดิสก์ที่ต้องเขียนทับข้อมูลจนเต็มความจุเกือบตลอดเวลาด้วยครับเผื่อดีกว่าขาดเป็นคำแนะนำที่ผมย้ำกับลูกค้าเสมอในเรื่องนี้

สิ่งสำคัญที่สุดการรับประกัน (Warranty) ที่คุณต้องรู้

หลังจากที่เราเลือกยี่ห้อ WD Purple / Seagate SkyHawk และเลือกความจุที่ต้องการได้แล้ว ด่านสุดท้ายที่สำคัญมาก ๆ ก่อนที่คุณจะจ่ายเงิน คือการตรวจสอบเรื่องการรับประกันสินค้าครับ

ทำไมประกันฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิดถึงสำคัญ

คุณต้องไม่ลืมนะครับว่า ฮาร์ดดิสก์ที่เรากำลังจะซื้อนี้ มันต้องทำงานหนักตลอดเวลาแบบ 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุดพัก (24/7) ซึ่งต่างจากฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์ทั่วไป ดังนั้น โอกาสที่มันจะเกิดปัญหาหรือเสื่อมสภาพย่อมมีมากกว่าเป็นธรรมดาครับ การที่ผู้ผลิตกล้ารับประกันสินค้ารุ่น Surveillance Grade เหล่านี้ยาวนานถึง 3 ปี ในรุ่นมาตรฐานหรือ 5 ปีในรุ่น Pro มันจึงไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็นเครื่องยืนยันความทนทานที่เขาทดสอบมาแล้วครับ ในฐานะช่าง ผมมองว่าการรับประกันนี้คือความอุ่นใจของลูกค้า หากเกิดปัญหาขึ้นภายในระยะเวลารับประกัน คุณสามารถเคลมเปลี่ยนลูกใหม่ได้ทันทีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นี่คือสิ่งที่จำเป็นมาก ๆ สำหรับอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่สำคัญด้านความปลอดภัยครับ

วิธีตรวจสอบประกัน (WD และ Seagate) และความสำคัญของสติ๊กเกอร์

ในประเทศไทย ฮาร์ดดิสก์ส่วนใหญ่จะมีการรับประกันผ่านตัวแทนจำหน่าย Distributor ที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการครับ เวลาคุณซื้อฮาร์ดดิสก์ ให้คุณสังเกตที่ตัวสินค้า จะต้องมีสติ๊กเกอร์ของตัวแทนจำหน่ายติดอยู่ เช่น สติ๊กเกอร์ของ Synnex, Ingram Micro, S-TREK, หรือ Welltech เป็นต้น สติ๊กเกอร์นี้คือสิ่งยืนยันว่าสินค้านี้เป็นของแท้ที่นำเข้ามาถูกต้อง และใช้ในการอ้างอิงเพื่อเคลมประกันครับ

วิธีตรวจสอบที่แม่นยำที่สุด คือการนำ Serial Number (S/N) ที่อยู่บนตัวฮาร์ดดิสก์ ไปกรอกเพื่อตรวจสอบสถานะการรับประกันในเว็บไซต์ทางการของ WD หรือ Seagate โดยตรงเลยครับ วิธีนี้จะทำให้คุณมั่นใจได้ 100% ว่าสินค้าที่คุณได้มาเป็นของใหม่ และมีประกันเหลือเต็มตามที่ร้านค้าแจ้งไว้จริง ๆ ก่อนจะติดตั้งใช้งาน ผมแนะนำให้ลูกค้าของเราทุกคนทำขั้นตอนนี้เสมอครับ

สรุปแนวทางเลือกซื้อฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิดฉบับช่าง thaiccd.com

ในฐานะช่างที่ดูแลระบบให้ลูกค้ามาตลอด 20 ปี และไม่อยากให้คุณต้องเจอปัญหา ข้อมูลหายในวินาทีสำคัญ ผมขอสรุปแนวทางที่ชัวร์ที่สุด ในการเลือกซื้อ ฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิด ไว้ให้คุณอีกครั้งนะครับ ข้อแรกและสำคัญที่สุดเลยคือคุณต้องเลือกรุ่นที่เป็น Surveillance Grade เท่านั้นเช่น WD Purple หรือ Seagate SkyHawk ห้ามนำฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์ทั่วไปมาใช้เด็ดขาดครับ ข้อสองคือ เลือกยี่ห้อที่คุณมั่นใจ ซึ่งทั้งสองค่ายหลักก็มีมาตรฐานที่ไว้ใจได้ทั้งคู่ ข้อสามคือ การคำนวณความจุให้แม่นยำ โดยต้องดูจำนวนกล้อง, ความละเอียด, และเทคโนโลยีบีบอัด H.265 ประกอบกันและจำคำแนะนำของผมไว้นะครับว่าเผื่อดีกว่าขาดเสมอ และข้อสุดท้ายก่อนจ่ายเงิน คือต้องตรวจสอบการรับประกัน 3 ปี ให้ชัดเจน ดูสติ๊กเกอร์ตัวแทนจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ และถ้าจะให้ดีที่สุดคือนำ Serial Number ไปเช็กในเว็บผู้ผลิตโดยตรงเลยครับ เพียงทำตาม 4 ขั้นตอนนี้ คุณก็จะได้ฮาร์ดดิสก์ที่ทนทานทำงาน 24/7 และพร้อมปกป้องข้อมูลสำคัญของคุณได้อย่างแน่นอนครับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฮาร์ดดิสก์สำหรับกล้องวงจรปิด

ผมได้รวบรวมคำถามที่ลูกค้ามักจะโทรมาปรึกษา หรือที่ผมพบบ่อย ๆ หน้างานเกี่ยวกับ ฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิด มาตอบให้เคลียร์กันตรงนี้เลยนะครับ

ฮาร์ดดิสก์เก่าจากคอมพิวเตอร์ ใช้กับกล้องวงจรปิดได้ไหม

ไม่ควรทำอย่างยิ่งครับ อย่างที่ผมย้ำไปในบทความว่า ฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์ (Desktop Grade) ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เขียนข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน การนำมาใช้ผิดประเภทจะเสี่ยงต่อการที่ฮาร์ดดิสก์เสียเร็วมาก และที่สำคัญคือข้อมูลอาจไม่บันทึกในช่วงเวลาที่เกิดเหตุครับ

อาการที่พบบ่อยที่สุดคือ

  1. เครื่องบันทึก (DVR/NVR) ร้องเตือนบี๊บ ๆ ตลอดเวลาหรือมีไฟสีแดงแจ้งเตือนสถานะ HDD
  2. คุณไม่สามารถกดย้อนดูข้อมูลเก่าได้
  3. เครื่องบันทึกฟ้องว่า No HDD หรือไม่พบฮาร์ดดิสก์ครับ หากเจออาการเหล่านี้ควรติดต่อช่างผู้เชี่ยวชาญทันทีครับ

ในทางเทคนิคใช้ได้ครับ แต่ในทางปฏิบัติยังไม่คุ้มค่าครับ SSD (Solid State Drive) มีจุดเด่นที่ความเร็วในการอ่านข้อมูลสูงมาก แต่ในงานกล้องวงจรปิด เราเน้นการเขียนข้อมูลหนัก ๆ ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่ง SSD ทั่วไปที่เน้นการเขียนทับซ้ำ ๆ ตลอดเวลาจะมีราคาสูงมากเมื่อเทียบกับความจุที่ได้ ปัจจุบัน ฮาร์ดดิสก์แบบ Surveillance Grade จึงยังเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและเหมาะสมกับงานประเภทนี้ที่สุดครับ

โดยทั่วไป สำหรับระบบกล้อง 4 ตัว ที่ความละเอียด 2MP (Full HD) และใช้การบีบอัดแบบ H.265 ที่เป็นมาตรฐานใหม่ ฮาร์ดดิสก์ 2TB จะสามารถบันทึกย้อนหลังได้ประมาณ 24-28 วัน หรือเกือบ 1 เดือนครับตามตารางคำนวณที่ผมให้ไว้ด้านบน

ฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุน HDD จะมีเสียงการทำงานเบา ๆ เป็นปกติอยู่แล้วครับ เช่นเสียงจานหมุนหรือเสียงหัวอ่านขยับคลิก ๆ เบา ๆ แต่ถ้าหากคุณได้ยินเสียง แกร๊ก ๆ หรือ ครืด ๆ ที่ดังผิดปกติ หรือดังเป็นจังหวะซ้ำ ๆ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าฮาร์ดดิสก์เริ่มมีปัญหา หรือกำลังจะเสียครับ